明智善壇 北沖  (85 views)

What is 明智善壇 doing now?

เจอกันที่ "เม่งเต็ง" ศรีราชา น๊ะ
More than 1 month ago  ·  Comment »

Age

42

Location

Thailand

Birthday

August 15
 
Advertisement

Info

http://swtf23.hi5.com - Send it to your friends

Age

42

Birthday

August 15

Location

Thailand

 

hi5 Games

Play hi5 Games

明智善壇 hasn't played any games recently.

Applications

Browse Applications

Rockyou Pets
Adopt a pet! Pet it, take care of it, pimp it out with all sorts of cute and cool accessories.

 

Widgets

 

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins    View all

明智善壇 has no unwrapped gifts.
 

Comments | View All Entries

Leave a comment for 明智善壇

 
Nov 3 12:13 AM
Anny says:
 
มาเม้นๆๆๆให้ ล่ะกานน่ะ
 
 
Oct 5 2:31 AM
 
สวัสดีครับ

ถ้าผ่านหรือมาท่องเที่ยวในเขตพื้นที่

จังหวัดเลยหรือจังหวัดหนองบัวลำภู

ส.ทท. 6 กก.3 บก.ทท.

(สถานีตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดเลย)

ยินดีต้อนรับครับ

มีปัญหาในการเดินทางและท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

หรือสอบถามแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดเลยและจังหวัดหนองบัวลำภู

โทร.042-861164 , 1155

หรือที่ htpp://thaitouristpolice.com

และขอเชิญชมภาพการปฏิบัติหน้าที่

พร้อมติชมหรือเสนอแนะเรื่องต่างๆได้ครับ

..... ยินดีที่ได้รู้จักครับผม .....
 
 
 
Sep 27 9:37 PM
 
...มีคนๆหนึ่งที่ดูแลเรายามเราหลับ แต่พวกเขาไม่ได้หลับ พวกเขาต้องคุ้มกันประชาชน แม้ต้องเสียชืพก็ยอมสละเพื่อชาต ิ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ชื่อเรย์นะค่ะขอบคุณที่รับเรย์เป็นเพื่อนค่ะดีใจมากเลยค่ะ มาเม้นให้กำลังใจทหารตำรวจที่ทำงานอยู่ 3ภาคใต้กันนะค่ะและตะเข็มชายแดนอื่นด้วย และยังมีทหารผ่ายศึกที่ได้รับบาดเจ็บที่ ร.พพระมงกุถฏฯยังมีอีกมากมาย ไม่ต้องใช้ตังค่ะ แค่มาเม้นเอากำลังใจผ่านไฮ5เรย์แล้วเรย์จะก๊อป คำอวยพรของทุกท่านไปให้ทหารและตำรวจที่ทำงาน เอารางกายเป็นรั้วเพื่อปกป้องพวกเรานะค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ เรย์
 
Aug 25 1:00 AM
 
เหตุผลของคนกู้ภัย

การที่พวกเรารวมตัวกันมาทำงานในส่วนนี้ พวกเราไม่ได้มีความต้องการในทรัพย์สินเงินทองของผู้ประสบภัย หรือญาติของเค้าแต่อย่างใด หากแต่การที่พวกเรามารวมตัวกันทำงานในส่วนนี้ เพียงต้องการให้ผู้อื่นมีโอกาสรอดชีวิตจากการที่ได้ประสบอุบัติเหตุต่างๆ ทั้งที่เค้าตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม หลายคนชอบมองว่าการมาทำงานกู้ภัยนั้น ต้องมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน หรือไม่ก็พวกกู้ภัยชอบขับรถเร็วขับรถแข่งกัน แต่ในความเป็นจริงนั้นคำว่า “อาสากู้ภัย” นั้น ไม่มีคนใดเลยที่มาทำงานกู้ภัยแล้วได้เงินทองกลับไป แต่ในความเป็นจริงมันกลับกันซะด้วยซ้ำ อุปกรณ์ทุกอย่างบนรถกู้ภัยนั้น ล้วนแล้วแต่ต้องใช้เงินทองซื้อมาให้ได้ซึ่งของเหล่านั้น ได้ของเหล่านั้นมาก็เอามาไว้ใช้ในการช่วยเหลือ บุคคลที่ตนเองไม่รู้จัก หรือแม้อาจไม่เคยเห็นหน้าเลยซะด้วยซ้ำ หากจะลองคิดเล่นๆว่าอุปกรณ์ในรถราคาเท่าใดเอาเป็นว่าเป็นหลักหลายหมื่น บางคันถึงแสนถึงล้านยังมี นี่ยังไม่รวมเรื่องราคารถหรือค่าสึกหลอของการใช้งาน หากจะรวมเป็นเงินนั้นมากมายอยู่ ... เรื่องการขับรถเร็วทางพวกเราก็คงไม่มีคำแก้ตัวใดๆนอกจากอยากให้รู้ถึงเหตุผล ในบางประการที่มันมีความจำเป็นที่ต้องทำให้พวกเราขับรถเร็ว ลองนึกถึงในสถานการณ์ที่มีคนรอการช่วยเหลืออยู่อาการเป็นตายเท่ากัน เพียงเสียววินาทีในตอนนั้น คุณอาจกำหนดความเป็นหรือความตายของเค้าคนนั้นได้ ในส่วนนี้เชื่อว่าน้อยคนที่จะรู้ได้ถึงข้อเท็จจริงในส่วนนี้ การทำงานกู้ภัยนั้นอาสาทุกท่านต่างรู้ดีว่าพวกเราจะไม่มีการได้รับผลตอบแทน ใดๆ ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน หรือเงินทอง หรือแม้แค่คำ “ขอบคุณ” เพราะคุณจะเป็นเพียงแค่คนที่ทำงานหรือช่วยเหลืออยู่ในตอนที่ผู้ประสบภัยไม่ อยากจดจำ คุณจะอยู่แค่ในความรู้สึกเจ็บปวดของผู้ประสบภัยนั้นๆ และแน่นอนเมื่อถึงโรงพยาบาลแล้ว ส่งเสร็จก็หมดงานเรา สิ่งที่ได้รับไม่ใช่เงินทองนอกจากการที่พวกเราได้เห็นว่า ผู้ประสบภัยคนนั้นๆที่พวกเราได้ช่วยเหลือได้มีลมหายใจและ ได้มีชีวิตรอดต่อไป ผู้ประสบภัยหลายคนหรืออาจจะทุกคนผมเชื่อว่า ไม่ค่อยจะได้เห็นหรือมีโอกาสได้พูดคุยกับอาสากู้ภัย ที่ต้องเสียสละเวลา ทรัพย์สิน และชีวิตในยามค่ำคืนของพวกเค้า มาช่วยเหลือสังคม การทำงานของพวกเรานั้นเหนื่อยแต่พวกเราก็ยังคงจะทำต่อไป เพราะ พวกเราไม่ได้ช่วยเหลือเพียงชีวิตที่อยู่ตรงหน้าเราเพียงชีวิตเดียว หากแต่พวกเรากำลังช่วยอีกหลายชีวิตที่อยู่ข้างหลังชีวิตคนที่พวกเรากำลัง ช่วยเหลืออยู่ เพราะ หนึ่งชีวิตที่อยู่ตรงหน้าเราอาจรับผิดชอบอีกหลายชีวิตที่อยู่ข้างหลังเค้าก็ ได้........นี่คือเหตุผลที่หลายคนยังไม่รู้
 
May 29 10:29 PM
 
ดีครับ

แวะมาเม้นให้ครับ
 
May 22 12:54 AM
 
ตามประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์การขออนุญาตใช้ไฟสัญญาณวับวาบและเสียงสัญญาณฉบับลงวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2546 และฉบับที่ 2 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2548 ได้อนุญาตให้รถที่เป็นนิติบุคคล และรถที่ให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินสามารถยื่นคำร้องขออนุญาตใช้สัญญาณวับวาบและเสียงสัญญาณไซเรนได้ ซึ่งมูลนิธิ สมาคม ถือเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนั้นมูลนิธิหรือสมาคมจึงสามารถดำเนินการได้ ดังนี้
1. รถอื่นของเอกชน (แสงสัญญาณสีเหลือง) และ
2. รถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน รถกู้ภัย (แสงสัญญาณสี แดงน้ำเงิน)
รถอื่นของเอกชน การดำเนินการจะต้องพิจารณาดังนี้
1. สถานภาพของหน่วยงาน ต้องมีสถานภาพเป็นนิติบุคคลและมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในกิจการดังนี้
1.1 นำส่งเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยเหลือบุคคลซึ่งประสบเคราะห์กรรม กรณีอุบัติภัย หรือกิจการสาธารณประโยชน์ หรือกิจการสาธารณูปโภคอันเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วน หรือ
1.2 การปฏิบัติงานในทางเพื่อความปลอดภัยของสาธารณชนอันเป็นกิจการสาธารณประโยชน์ หรือใช้เป็นรถโรงเรียน
2. ลักษณะรถและอุปกรณ์ประจำรถไม่จำกัด แต่ต้องมีสภาพใช้การได้ดีและต้องเป็นไปตามความเหมาะสมของวัตถุประสงค์ในการใช้
3. การขออนุญาต ในกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นหนังสือร้องขอต่อผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจจราจร ในจังหวัดอื่น ให้ยื่นหนังสือร้องขอต่อผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัด โดยมีหลักฐานดังนี้
3.1 คำร้องขออนุญาตนิติบุคคล 1 ชุด
3.2 สำเนาภาพถ่ายการจดทะเบียนนิติบุคคล 1 ชุด
3.3 สำเนาภาพถ่ายใบคูมือการจดทะเบียนรถ 1 ชุด
3.4 ภาพถ่ายสี ด้านหน้า ด้านข้างทั้งสองข้าง และด้านหลังของรถขนาด 5 × 6 นิ้ว 1 ชุด
4. ให้ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจจราจร หรือผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด แล้วแต่กรณีดำเนินการจัดให้มีการตรวจสภาพรถก่อนแล้วจึงให้รวบรวมหลักฐานพร้อมมีความเห็นเสนอผู้มีอำนาจอนุญาต
• ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำร้องขออนุญาตจะต้องจัดเตรียมเอกสารดังนี้
1. คำร้องขออนุญาตของนิติบุคคล (หนังสือภายนอกซึ่งออกโดยมูลนิธิ หรือ สมาคม)
2. แบบคำขออนุญาต และขอต่ออายุหนังสืออนุญาตติดตั้งใช้ไฟสัญญาณวับวาบ เสียงสัญญาณไซเรนหรือเสียงสัญญาณอย่างอื่น กรณี รถอื่นของเอกชน (ขอแบบได้ที่ตำรวจภูธรจังหวัด)
3. สำเนาภาพถ่ายการจดทะเบียนนิติบุคคล ม.น.3 หรือ ส.ค.4 จำนวน 1 ชุด
4. สำเนาเอกสารใบสำคัญ ม.น.4 หรือ ส.ค. 6 จำนวน 1 ชุด
5. สำเนาภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน ของกรรมการผู้มีอำนาจ ทำการแทนนิติบุคคล รวมทั้งของผู้รับมอบอำนาจ (ถ้ามี)
6. สำเนาภาพถ่ายใบคู่มือการจดทะเบียนรถ พร้อมสำเนารายการเสียภาษีรถ 1 ชุด/คัน
7. สำเนาเอกสารได้รับรองสำเนาและลงวันที่ที่รับรองทุกแผ่น
8. ภาพถ่ายสี ด้านหน้า ด้านข้างทั้งสองข้าง และด้านหลังของรถ ขนาด 5 × 6 นิ้ว 1 ชุด
9. หลักฐานการตรวจสภาพรถและอุปกรณ์ประจำรถของเจ้าพนักงานจราจร 1 ชุด (ขอแบบได้ที่ตำรวจภูธรจังหวัด) สำหรับรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินให้ใช้หนังสือรับรองมาตรฐานจาก สส.จ.แทน
หมายเหตุ: การตรวจสภาพจะต้องดำเนินการตามข้อ 3.4 “ให้ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจจราจร หรือผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ดำเนินการส่งเรื่องและรถไปให้กองบังคับการตำรวจดับเพลิงหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ตรวจสภาพก่อนแล้วจึงให้รวบรวมหลักฐานพร้อมมีความเห็นเสนอผู้มีอำนาจอนุญาต”
 
May 22 12:51 AM
 
รถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน (รถกู้ภัย) การดำเนินการจะต้องพิจารณาดังนี้
1. เป็นรถที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากปลัดกระทรวงสาธารณสุข และหนังสือรับรองมาตรฐานยังไม่หมดอายุในวันที่ยื่นเรื่องขออนุญาตตามประกาศฉบับนี้
2. การขออนุญาต ในกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นหนังสือร้องขอต่อผู้บังคับการ กองบังคบการตำรวจจราจร ในจังหวัดอื่น ให้ยื่นหนังสือร้องขอต่อผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจารณามีความเห็นเสนอผู้มีอำนาจอนุญาต โดยมีหลักฐานดังนี้
2.1 คำร้องขออนุญาตติดตั้งไฟสัญญาณวับวาบแสงแดงและน้ำเงินที่ผ่านการเห็นชอบของผู้ที่ได้รับมอบอำนาจให้ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข
2.2 สำเนาภาพถ่ายใบคู่มือการจดทะเบียนรถ 1 ฉบับ
3. ให้ผู้มีอำนาจอนุญาต อนุญาตให้รถบริการการแพทย์ฉุกเฉินใช้สัญญาณวับวาบแสงแดงและน้ำเงินได้เป็นระยะเวลาเท่ากับระยะเวลาที่กำหนดไว้ในหนังสือรับรองมาตรฐานของปลัดกระทรวงสาธารณสุข”
• ขั้นตอนและวิธีการยื่นคำร้องขออนุญาตจะต้องจัดเตรียมเอกสารดังนี้
ผู้ยื่นคำร้องจะต้องมีหนังสือถึงสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ที่หน่วยงานตั้งอยู่จังหวัดนั้นๆ เพื่อขอรับหนังสือรับรองมาตรฐานของปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยจะต้องแนบเอกสารเพื่อขอหนังสือรับรองดังนี้
1. สำเนาเอกสารการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ หรือ สมาคม 1 ชุด
2. สำเนาเอกสารใบสำคัญ มน.4 หรือ ส.ค. 6 1 ชุด
3. สำเนาภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน ของกรรมการผู้มีอำนาจ ทำการแทนนิติบุคคล รวมทั้งของผู้รับมอบอำนาจ (ถ้ามี)
4. สำเนาภาพถ่ายใบคู่มือการจดทะเบียนรถ (ที่ต้องการขออนุญาต) พร้อมภาพถ่ายรถ และสำเนารายการเสียภาษีจำนวน 1 คัน ต่อ 1 ชุด
เมื่อได้รับหนังสือรับรองมาตรฐานของปลัดกระทรวงสาธารณสุขแล้ว ให้นำประกอบเรื่องวิธีการเช่นเดียวกับรถเอกชนอื่น โดยไม่ต้องตรวจสภาพตามข้อ 3.4
สำหรับผู้ที่มีอำนาจในการออกหนังสืออนุญาต นั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ความรวดเร็วในการปฏิบัติราชการและเป็นการกระจายอำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในเรื่องการพิจารณาอนุญาตให้รถฉุกเฉิน รถในราชการทหารหรือตำรวจหรือรถอื่นใช้ไฟสัญญาณวับวาบหรือใช้เสียงสัญญาณไซเรนหรือเสียงสัญญาณอื่น ตามมาตรา 13 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ให้เป็นไปโดยมีประสิทธิภาพ จึงได้มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 280/2546 เรื่องมอบอำนาจการอนุญาตให้รถฉุกเฉิน รถในราชการทหารหรือตำรวจหรือรถอื่นใช้ไฟสัญญาณวับวาบหรือใช้เสียงสัญญาณไซเรนหรือเสียงสัญญาณอื่นได้ หรือเรียกว่าแต่งตั้ง “ผู้มีอำนาจอนุญาต” โดย
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 38(7) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงมอบอำนาจในการพิจารณาอนุญาตให้รถฉุกเฉิน รถในราชการทหารหรือตำรวจหรือรถอื่นใช้ไฟสัญญาณวับวาบหรือใช้เสียงสัญญาณไซเรนหรือเสียงสัญญาณอื่น ตามมาตรา 13 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ดังนี้
1. ในเขตกรุงเทพมหานคร มอบอำนาจให้ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
2. ในจังหวัดอื่น มอบอำนาจให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด
สั่งเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2546 โดย พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขณะนั้นเป็นผู้ลงนาม
ที่สำคัญ เอกสารคำร้องขออนุญาตทั้งหมดจะต้องลงนามโดยกรรมการผู้มีอำนาจ ทำการแทนนิติบุคคล เช่น ประธานมูลนิธิ หรือนายกสมาคม หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการตามมติที่ประชุมของกรรมการมูลนิธิ หรือสมาคม (การรวบรวมเอกสารแต่ละแห่งอาจจะแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย) และ ในกรณีที่ได้รับอนุญาตให้ติดตั้งใช้ไฟสัญญาณวับวาบ เสียงสัญญาณไซเรน หรือ เสียงสัญญาณอย่างอื่นจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้วจะต้องถือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ทางราชการกำหนดไว้ทุกประการ

Title
body
 

Purchase additional coins

You need an additional: hi5 Coins hi5 Coins

Get Coins No Thanks